- หนังสั้นเพื่อประชาสัมพันธ์ "รับน้องปลอดเหล้า" สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ทุกชั้นปี
ต้องการที่จะสื่อถึงปัญหาการใช้เหล้าในการรับน้องและผลกระทบที่เกิดขึ้น จากข่าวในสื่อโทรทัศน์และหนังสื่อพิมพ์ เชือดร้านเหล้ารอบมหาลัย อึ้ง มรภ.จันทรเกษม โผล่ 135 ร้าน เชือดร้านเหล้ารอบรั้วมหาลัย อึ้ง! ผับ บาร์ โชห่วย โผล่ 135 ร้าน ชี้นักศึกษานั่งก๊งทั้งที่อยู่ในเครื่องแบบ ยอมรับ กม.ยังบังคับใช้น้อยไป เล็งดันมาตรการคุมเหล้าปั่น-ร้านเหล้ารัศมี 500 เมตร บังคับใช้ ด้านกัน ผู้ประกอบการผิดซ้ำซาก ส่งโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม โม้สรรพคุณน้ำเมา
บรรยากาศลงตรวจร้านเหล้ารอบ มรภ.จันทรเกษม
นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวระหว่างลงพื้นที่ตรวจร้านเหล้าปั่น และร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รอบมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เนื่องจากมีการร้องเรียนของผู้ได้รับผลกระทบจากร้านเหล้า อีกทั้งต้องการบังคับใช้กฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง และสร้างจิตสำนึกของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนิสิตนักศึกษา อาจารย์ ผู้ประกอบการ ให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจากการสำรวจของศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศวส.) ปี 2552 รัศมี 500 เมตร รอบ มรภ.จันทรเกษม พบร้านขายเหล้า ทั้งค้าปลีก โชว์ห่วย
ร้านอาหาร ผับ บาร์ จำนวน 125 ร้านและเมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจของเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เดือนส.ค. 2553 รัศมี 500 เมตร พบว่า มีร้านขายเหล้าเพิ่มขึ้น อีก 12 ร้าน โดยพบเป็นร้านค้าปลีก โชว์ห่วย 6 ร้าน ผับ บาร์ 4 ร้าน และ ร้านอาหาร อีก 2 ร้าน ในจำนวนนี้มีผับ บาร์ ปิดตัวไป 2 ร้าน ทำให้จำนวนร้านขายเหล้ารอบ มรภ.จันทรเกษม ปีนี้มีมากถึง 135 ร้าน แต่เมื่อลองจำกัดวงให้แคบลงในรัศมี 300 เมตร พบว่ามีร้านขายเหล้ามากถึง 62 ร้าน ทั้งนี้อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายหากยังไม่มีมาตรการควบคุม นายไชยยศ กล่าวต่อว่า อาจยังมีร้านเหล้าอีกหลายแห่งที่นักศึกษาแต่งเครื่องแบบเข้าไปดื่มเหล้าโดยที่ไม่สนใจว่าจะเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้นผู้ปกครองและอาจารย์คงต้องช่วยสอดส่องและคอยตักเตือนบุตรหลานด้วย อย่างไรก็ตามการเปิดร้านเหล้ารอบสถาบันการศึกษาถือว่าเป็นช่องทางทำมาหากินของผู้ประกอบการ โดยมีลูกค้าคือนิสิต นักศึกษามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพราะสะดวกต่อการเข้าถึง ซึ่งตนคงต้องนำปัญหาที่พบในวันนี้ไปหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไข เพราะที่ผ่านมาปัญหาของวัยรุ่นมีเพิ่มมากขึ้นเห็นได้จากข่าวทำร้ายร่างกาย ยกพวกตีกันเพราะความคึกคะนอง โดยปัจจัยบางส่วนมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้น
“ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ผมเห็นด้วยมาโดยตลอดในการเร่งผลักดันอนุบัญญัติ เรื่องการควบคุมเหล้าปั่น และการควบคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ในรัศมี 500 เมตร ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ หากคณะกรรมการเห็นชอบ ก็เสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนาม และมีผลบังคับใช้ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือการนำกฎหมายที่มีอยู่ บังคับใช้อย่างจริงจังและให้เกิดประสิทธิภาพ เพราะแม้กฎหมายจะครอบคลุมแต่ก็ยังขาดเรื่องของการกำหนดพื้นที่ห้ามขายรอบสถานศึกษา ซึ่งหมายถึงการห้ามออกใบอนุญาตให้กับร้านที่อยู่ใกล้สถานศึกษาด้วย” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
ด้าน นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ต้องขอชื่นชม ท่านรัฐมนตรีไชยยศที่มีความจริงใจผลักดันอนุบัญญัติในเรื่องนี้ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้จากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้บังคับใช้มาตรการห้ามขายเหล้าปั่น และห้ามขายเหล้ารอบๆสถานศึกษา เป็นจำนวนมาก เพราะแม้แต่ฝ่ายผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มาร่วมประชุม ก็ยินดีปฏิบัติตาม
นพ.สมาน กล่าวว่า จากการออกตรวจร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา ซึ่งได้มีมาตรการตักเตือน ดำเนินคดี และกล่าวโทษผู้กระทำผิด โดยพบว่า ยังมีการฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เยาวชน นิสิต นักเรียน นักศึกษา ซึ่งในส่วนของบริเวณรอบ มรภ.จันทรเกษม ถือว่าเป็นการออกตรวจครั้งที่ 2 หลังจากที่ได้ลงตรวจครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งหมด17 ร้าน แยกเป็นตรวจแล้วตักเตือน 8 ราย ดำเนินคดี 9 ราย
“การลงพื้นที่ในครั้งนี้พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ยังทำผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ใน ม. 30 คือ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยวิธีลด แลก แจก แถม เพื่อเป็นการจูงใจให้บริโภค นอกจากนี้ยังทำผิด ม. 32 การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยการแสดงชื่อ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ หรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการไม่มีข้อความสร้างสรรค์สังคม และม. 27 ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณหอพัก"...
จากเวป :http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000132085 |
|
ศึกษาข้อมูลสื่อการรับน้องปลอดเหล้า จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกระทรวงศึกษาธิการ ศธ. จับมือ สสส. เดินหน้าโครงการ “รับน้องปลอดเหล้า” ปีที่ 7
ชูสโลแกน “พี่น้องสนิทกันได้ ไม่เห็นต้องดื่ม”เร่งผลักดันสร้างเครือข่ายใน 4 กลุ่มสถาบัน ทั้ง U-Network U-Participation U-Active และ U-Plus พร้อมปรับทิศทางการทำงานครอบคลุมทุกกิจกรรม มุ่งเน้นขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับผู้บริหารระดับสูง และทำงานกับเครือข่ายนิสิต นักศึกษา ให้รู้เท่าทันกลยุทธ์และเฝ้าระวัง
วันนี้ (6 พ.ค.) ณ ห้องประชุมศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการแถลงข่าว การจัดกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา โครงการ “รับน้องปลอดเหล้า” ปี 2554" โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วย ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
พร้อมกันนั้น ยังจัดให้มีการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับนโยบายผู้บริหารสถานศึกษา และผู้นำนิสิต นักศึกษา เครือข่าย รวมทั้งตัวแทนจาก สสส. จำนวน 2 วัน โดยมีหัวข้อที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น “นโยบายสู่มาตรการและการปฏิบัติในการจัดกิจกรรมนิสิตนักศึกษา ปลอดเครื่องดื่มแอลกอออล์และบุหรี่” หัวข้อ “บทบาทนิสิตนักศึกษารุ่นใหม่กับการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในสถานศึกษาและชุมชน” หรือ “แนวทางและรูปแบบกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา ปี 2554” เป็นต้น พร้อมทั้งจัดแสดงผลงานการจัดกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษาในปีที่ผ่านมา โดยมีผู้บริหารจากสถานศึกษา ตัวแทนนิสิตนักศึกษา และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก พร้อมเหล่าดาราวัยรุ่น อาทิ แนท ณัฐชา นวลแจ่ม นางเอกวัยรุ่นจากภาพยนตร์เรื่อง “Suckseed” ห่วยขั้นเทพ, ไอซ์ อธิชนันธ์ ศรีเสวก มิสทีน ไทยแลนด์ 2005, กรีน AF7 จิรพัฒน์ ศิริไชย, น้ำแข็ง AF7 ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว ร่วมรณรงค์และสร้างสีสันในงาน

นายชินวรณ์ กล่าวว่า จากผลสำรวจของเอแบคโพลล์ล่าสุด พบว่า สถิติการดื่มแอลกอฮอล์ในกิจกรรมรับน้องมีแนวโน้มลดลงทุกปี สาเหตุประการหนึ่งเป็นเพราะว่าในปีที่ผ่านมาได้มีการตราพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกมาบังคับใช้ อย่างเป็นทางการ ทั้งข้อห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา ในหอพัก เป็นต้น รวมทั้งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมถึงการห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา และสถานที่ราชการ รวมทั้งตามสวนสาธารณะต่างๆ เป็นต้น
“ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนโยบายส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษาสำเร็จการศึกษาออกมาเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมแล้ว ยังสนับสนุนให้นิสิตนักศึกษามีความสุขกับการเล่าเรียนและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีนโยบายส่งเสริมการจัดกิจกรรมต่างๆ ของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างความสามัคคี มีคุณธรรม และต้องไม่ใช้ความรุนแรง และยังส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาต่างๆ จะต้องออกกฎระเบียบข้อบังคับให้เป็นนโยบายระดับสถาบันการศึกษา รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายทั้งคณาจารย์ ผู้ปกครอง และนักศึกษา ได้รับรู้และถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับน้อง และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันอาจจะเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ ขอขอบคุณ สสส. รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา ที่เล็งเห็นความสำคัญในการรณรงค์ ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการจัดกิจกรรม อย่างเช่น โครงการรับน้องปลอดเหล้า เป็นอย่างดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการสร้างเครือข่ายของการจัดกิจกรรมให้มีจำนวนมากขึ้น อันจะนำไปสู่การสนับสนุนให้เป็นนโยบายที่ยั่งยืนต่อไป” นายชินวรณ์ กล่าว

ด้าน ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจในการรณรงค์เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทำลายสุขภาพเป็นภารกิจที่ สสส.ให้ความสำคัญ และผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ในการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “โครงการรับน้องปลอดเหล้า” ที่ได้สนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกระทรวงศึกษาธิการ เครือข่ายภาคีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งผลให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกิจกรรมรับน้องลดน้อยลงตามลำดับ
ทั้งนี้ กิจกรรมในปีนี้กำหนดจัดขึ้นภายใต้สโลแกน “พี่น้องสนิทกันได้ ไม่เห็นต้องดื่ม” ปลูกฝังความรัก สามัคคี เกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยไม่พึ่งพาแอลกอฮอล์ เน้นการทำงานร่วมกับกลุ่มแกนนำ ผลักดันสร้างเครือข่าย ใน 4 กลุ่มสถาบัน ได้แก่ U-Network สถาบันที่มีความเข้มแข็งและเป็นแบบอย่างในการดำเนินกิจกรรม U-Participation สถาบันที่มีศักยภาพในการดำเนินกิจกรรมร่วมกับสถาบันที่เป็น U-Network ส่วน U-Active คือสถาบันที่มีการดำเนินกิจกรรมในระดับสร้างสรรค์ พร้อมที่จะพัฒนาสู่ U-Participation และ U-Plus สถาบันที่มีแนวโน้มเป็นกลุ่มเสี่ยงแต่สามารถพัฒนากิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ให้สอดคล้องกับนโยบาย
“ที่ผ่านมาในแต่ละปีมีนิสิต นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องมากถึง 2 แสนคน จาก 200 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการกับ สสส. มากกว่า 50% เฉพาะปี 2553 มีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการถึง 98 สถาบัน ในปีนี้ สสส. ได้ปรับทิศทางการทำงานครอบคลุมทุกกิจกรรมให้ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับผู้บริหารระดับสูง และทำงานกับเครือข่ายนิสิต นักศึกษา มุ่งเน้นรู้เท่าทันกลยุทธ์และเฝ้าระวัง รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายรอบสถานศึกษาสู่ทิศทางกิจกรรมสังคมในอนาคต ผ่านการจัดกิจกรรม เช่น เวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงประเด็นที่สร้างสรรค์ เพื่อเสริมแนวคิด วิธีปฏิบัติมากขึ้น พร้อมผลักดันให้สถาบันการศึกษาต่างๆ จัดตั้ง “ชมรมสร้างเสริมสุขภาพในสถานศึกษา” พร้อมขยายกิจกรรมจากในรั้วสถาบันการศึกษาไปยังชุมชนรอบสถานศึกษา เพื่อให้การรณรงค์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และสัมฤทธิ์ผลและสร้างประโยชน์ให้กับเยาวชนของเราได้อย่างสมบูรณ์” ทพ.กฤษดา กล่าว
ตัวอย่างสื่อโฆษณา สสส.
ตัวอย่างสื่อโฆษณา
รักน้องจริงอย่าชวนน้องดื่ม สสส.
ตัวอย่างสื่อโฆษณา
โทษของเหล้า-สสส.
ตัวอย่างสื่อโฆษณา
เลิกเหล้าเลิกจน-สสส.